กองปราบ บุกทลายบ่อนไฮโล ย่านพระราม2 รวบ19นักพนัน

ผู้กำกับการ 1 กองปราบปราม นำกำลัง บุกทลายบ่อนไฮโล ย่านพระราม 2 รวบ 19 นักพนัน พร้อมของกลาง ส่ง สน.ท่าข้าม ดำเนินคดีส่งฟ้องศาลแขวงธนบุรีเช้านี้
พ.ต.อ.จิรภพ ภูริเดช ผู้กำกับการ 1 กองปราบปราม นำกำลังเจ้าหน้าที่บุกเข้าจับกุมบ่อนการพนัน ภายในเพิงพักหลังแฟลตเคหะธนบุรี ย่านพระราม 2 ซอย 60 แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน สามารถจับกุมนักพนันได้ 19 คน แบ่งเป็นชาย 14 คน หญิง 5 คน พร้อมยึดของกลางเป็นเงินสด 3,140 บาท อุปกรณ์การเล่นพนันไฮโล และของกลางอื่น ๆ อีกหลายรายการ

ทลายบ่อนไฮโล ย่านพระราม2
สำหรับการจับกุมในครั้งนี้ สืบเนื่องจากตำรวจกองปราบปรามได้รับการร้องเรียนจากประชาชนว่าบริเวณดังกล่าวมีการลักลอบเปิดเป็นบ่อนการพนันไฮโลมาระยะหนึ่ง โดยจะเริ่มเล่นกันตั้งแต่ช่วงบ่าย จึงได้วางแผนพร้อมนำกำลังเข้าจับกุม และควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางทั้งหมด นำส่ง สน.ท่าข้าม เพื่อดำเนินคดีในข้อหาร่วมกันลักลอบเล่นพนัน ส่วน นายสวัต อ่อนจริง อายุ 55ปี เจ้ามือถูกดำเนินคดีในข้อหาเป็นเจ้ามือรับกินรับใช้ ด้วยอีก 1 ข้อหา ขณะที่ผู้ต้องหาบางคนให้การปฏิเสธ

ชูวิทย์ แฉอีก ตร.ยศ พ.ต.ท. วิ่งเต้นเคลียร์บ่อนภูเก็ต

ประเทศไทยใครใหญ่มักถูกอ้าง ยุคนี้ยุคทหาร ธุรกิจทั้งบนดินใต้ดินจึงวิ่งเข้าแอบอิงสีเขียว ส่วนสีกากีตอนนี้ตกอับ ธุรกิจสีเทาไม่ว่าขนสินค้าเถื่อน สถานอบายมุข บ่อนการพนัน ตอนนี้อ้างว่าต้องแบ่งเป็นสองกอง แยกเป็นสองสี ไม่ใช่สีเหลืองสีแดงแต่เป็นสีกากีและสีเขียว

อรัญประเทศ ปราจีนบุรี คึกคักด้วยแก๊สเถื่อน เพราะที่เขมรราคาแก๊สแพงกว่าไทย จึงลักลอบขนถ่ายแก๊สไทยไปเขมร แถมด้วยสินค้าเถื่อนก๊อปปี้แบรนด์เนมสารพันชนิด อ้างว่าได้ไฟเขียว บ่อนการพนันตามหัวเมืองเริ่มทนไม่ไหว ขยับมาปัดฝุ่น ปูโต๊ะ เปิดบริการกันใหม่ อย่างที่นครสวรรค์ ชักไม่เกรงใจ เปิดเล่นกันชั้นบนโรงแรมใจกลางเมือง บนถนนดาวดึงส์ อัตราส่วยรายวัน จ่ายเฉพาะวันที่เปิด วันไหนปิดไม่ต้องจ่าย นี่ก็อ้างไฟเขียว

ส่วนที่ภูเก็ตสองบ่อนใหญ่ในเมือง มีตำรวจยศ พ.ต.ท. ชื่อย่อ ป.ปลา นามสกุลนักการเมืองปักษ์ใต้ วิ่งพล่านเคลียร์ อ้างว่าต้องส่งไปให้ทหารทะเล เพราะเป็นเกาะ ต้องขอไฟเขียว (ลูกประดู่) เดี๋ยวนี้แบ่งขอบเขตกันเป็น “มณฑล” ไม่ได้เป็น “สถานี” แต่ผมไม่เชื่อหรอก พวกชอบอ้างระวังไว้เถอะ แจ๊คพ็อตแตกมาแล้วไม่ว่าชั้นยศไหน

ทหาร รวบ 3 ตำรวจ หลังพบอยู่ในวงบ่อนไพ่

รายงานข่าวแจ้งว่า เจ้าหน้าที่ทหาร ม.พัน 27 รอ. ได้เข้าจับกุมกลุ่มผู้ลักลอบเล่นการพนันในบ้านเลขที่ 588/23 ซอยพระรามหก 31 แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพฯ จึงได้ประสานไปยังตำรวจ สน.พญาไท หลังได้ออกตรวจสอบพื้นที่จะสืบทราบว่าบ้านหลังดังกล่าวได้เปิดให้เล่นการพนันอยู่

ซึ่งจากการตรวจสอบดังกล่าวสามารถจับนักพนันได้ 14 ราย โดยในจำนวนนี้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจ 3 นาย รวมอยู่ด้วยเป็นตำรวจยศ ด.ต. 2 นาย และยศ พ.ต.ท. อีก 1 นาย ทั้งนี้จากการสอบสวนผู้ต้องหา 11 ราย ให้การรับสารภาพ ส่วนตำรวจทั้ง 3 นาย ให้การปฏิเสธ บอกเพียงว่าตนเองไม่ได้เล่นการพนัน แต่อยู่ในที่เกิดเหตุเพราะมาหาข่าวเพื่อจับกุมนักพนันเท่านั้น

เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาร่วมกันลักลอบเล่นการพนันเอาทรัพย์สินโดยไม่ได้รับอนุญาต ก่อนจะควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมดส่งศาลแขวงดุสิต โดยผู้ต้องหา 11 รายแรก โดนปรับก่อนปล่อยตัวไป ส่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้ง 3 นาย ได้รับการประกันตัวในเวลาต่อมา

ตร.เผยบ่อนเหม่งจ๋าย เป็นบ่อนที่ชูวิทย์เคยแฉ

พล.ต.อ. วัชรพล ประสารราชกิจ รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผย ขณะที่ลงพื้นที่ตรวจสอบบ่อนการพนันขนาดใหญ่ภายในซอยสหการประมูล ย่านเหม่งจ๋าย โดยระบุว่า การบุกเข้าตรวจค้นในครั้งนี้เป็นความร่วมมือกันระหว่างตำรวจและทหาร หลังได้รับเบาะแสว่ามีบ่อนการพนันขนาดใหญ่เตรียมลักลอบเปิดให้นักพนันเข้าเล่น

ส่วนกรณีที่ผู้ดูแลอ้างว่า เคลียร์กับผู้ใหญ่แล้วนั้น ยืนยันว่าไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม แม้ว่า รักษาการราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ จะปฏิเสธว่าบ่อนดังกล่าวนั้น ยังไม่เปิดให้เล่นอย่างเป็นทางการ แต่มีแรงงานจากชาวบ้านในพื้นที่อ้างว่า เห็นรถผ่านเข้า-ออกอย่างผิดสังเกต

อีกทั้งบ่อนดังกล่าว ก็เคยเป็นบ่อนเดียวกับที่ นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ หัวหน้าพรรครักประเทศไทย เคยออกมาแฉเมื่อ 2 ปีก่อนว่ามีบ่อนขนาดใหญ่ย่านเหม่งจ๋ายเตรียมลักลอบเปิดให้นักพนันเข้าเล่น ซึ่งในขณะนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำกำลังเข้าตรวจสอบแต่ไม่พบ เนื่องจากยังอยู่ระหว่างการก่อสร้าง

ศาลอุทธรณ์ยืนยกฟ้อง’ปอประตูน้ำ’เปิดบ่อน

ศาลอาญา รัชดา นัดอ่านคำพิพากษา ศาลอุทธรณ์ ในคดีที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีเศรษฐกิจและทรัพยากร 1 เป็นโจทก์ฟ้อง นายไพจิตร ธรรมโรจน์พินิจ หรือ ปอ ประตูน้ำ ผู้กว้างขวางย่านซอยกิ่งเพชร พร้อมพวกเป็นจำเลยที่ 1 ถึง 8

ในความผิด ฐานร่วมกันจัดให้มีการเล่นการพนันเอาทรัพย์สินโดยไม่ได้รับอนุญาต ร่วมกันรับของโจร ร่วมกันเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา ร่วมกันซื้อหรือรับไว้ ซึ่งรู้ว่าเป็นของที่นำเข้ามาในราชอาณาจักร โดยหลีกเลี่ยงอากร และร่วมกันมีไพ่ไว้ในครอบครองเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด

โดยระหว่างเมื่อปี 2546 ถึงวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2549 เวลากลางวันและกลางคืนต่อเนื่องกัน จำเลยทั้ง 8 ได้บังอาจร่วมกันจัดให้มีการเล่นการพนันโดยเปิดเป็นบ่อนการพนันขนาดใหญ่เอาทรัพย์สินกันโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน

โดยคดีนี้ อัยการโจทก์ ยื่นอุทธรณ์ ขอให้ลงโทษจำเลยที่ 1 ส่วนนำเลยที 4 คือ นายวันชัย หรือ ตี๋ใหญ่ แซ่เหลี่ยว ยื่นอุทธรณ์ ขอให้ศาลยกฟ้อง โดยศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า คำเบิกความของพยานโจทก์ มีน้ำหนักน้อย ยืนยันได้เพียงว่า

จำเลยที 1 เข้าร่วมเล่นการพนัน ไม่อาจรับฟังได้ว่า จำเลยที่1 เป็นเจ้าของบ่อนพยานหลักฐานโจทก์ ไม่เพียงพอ ที่จะรับฟังได้โดยปราศจาคข้อสงสัยว่า จำเลยที่ 1 มีความผิด พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น ให้ยกฟ้องและให้จำคุกจำเลยที่ 4 ในฐานะ เจ้าของบ่อน เป็นเวลา 1 ปี โดยไม่รอลงอาญา

ชูวิทย์ จี้ เฉลิม จัดการบ่อน หลังโวกลางสภามีคลิปมากกว่า

นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรครักประเทศไทย ได้ออกแถลงการตอบโต้ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ถึงกรณีที่ร.ต.อ.เฉลิม ระบุตอนอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า มีคลิปบ่อนการพนันมากว่าตนนั้นว่า

หากร.ต.อ.เฉลิม มีคลิปหลักฐานบ่อนการพนันจริง ก็ควรจัดการ อย่ามัวอ้างว่ามีเยอะ แต่ไม่ยอมจัดการ ทั้งๆ ที่มีหน้าที่จะจัดการได้ แต่กลับปล่อยปะละเลยไม่เอาใจใส่ พื้นที่ภาคใต้ก็ไม่ลง เอาแต่สาบานแต่ไม่รวมลูกตัวเอง ก็คงไม่เหมาะ

และพอตนเปิดเผยที่อยู่ของบ่อนก็ไปขนของออก แล้วบอกว่าปิดมาเป็นปีทั้งที่แอร์ยังมีน้ำหยดอยู่ ตนจะบอกให้ว่าขณะนี้อบายมุขมันแพร่ระบาดไปทั่วประเทศแล้วโดยไม่เลือกที่

ซึ่งตนก็มีคลิปบ่อนการพนันครบทุกจังหวัดมาแสดงให้เห็นว่ามันมีจริงๆ แต่ก็ไร้มาตราการปราบปรามจากผู้ควบคุมดูแล ทั้งนี้ในระหว่างปิดสมัยประชุมสภา ตนจะลงพื้นที่ไปตรวจเยี่ยมชาวบ้านในพื้นที่ต่างๆ และจะเน้นตรวจสอบเรื่องบ่อนการพนันเป็นพิเศษ ขณะเดียวกันก็จะจับตาดูว่าผู้มีส่วนเกี่ยวข้องดดยเฉพาะ ร.ต.อ.เฉลิม จะจัดการเรื่องนี้หรือไม่

สำหรับการแถลงข่าวของนายชูวิทย์ ในวันนี้ (28พ.ย.) เป็นไปอย่างคึกคัก โดยนายชูวิทย์ได้นำลูกปิงปองเขียนชื่ออักษรของแต่ละจังหวัด ก่อนจะสุ่มเลือก และเปิดคลิปบ่อนการพนันในจังหวัดนั้นๆ ให้สื่อดูด้วย

ชูวิทย์แฉอีก บ่อนใหญ่ที่สงขลา เปิดท้าตำรวจ

ที่รัฐสภา นายชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรครักประเทศไทย ได้ตั้งโต๊ะแถลงข่าวเปิดโปงบ่อนการพนันอีกครั้ง พร้อมทั้งยังได้เรียกร้องให้ จเรตำรวจแห่งชาติ เข้าไปตรวจสอบข้อเท็จจริง และทำการสอบสวนลงโทษข้าราชการตำรวจในพื้นที่ที่ปล่อยปะละเลยให้มีบ่อนการพนันเกิดขึ้นได้

โดยนายชูวิทย์ได้ระบุว่า ข้อมูลที่นำมาแฉในครั้งนี้ เป็นบ่อนที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ตำรวจภูธรภาค9 ในพื้นที่ด่านสะเดา และอำเภอหาดใหญ่ ในจ.สงขลา หรือที่เรียกกันว่า บ่อนด่านนอกซอย 4 เป็นบ่อนขนาดใหญ่ที่มีชาวมาเลเชีย ร่วมมือกับคนไทยเป็นเจ้าของ ซึ่งในแต่ละวันจะมีนักพนันเข้ามาใช้บริการไม่ต่ำกว่า 500 คน และคาดว่ามีเงินหมุนเวียนกว่า 100ล้านบาท

ทั้งนี้แม้บ่อนดังกล่าวจะตั้งอยู่ใจกลางเมือง แต่เจ้าหน้าที่กลับปล่อยปะละเลยไม่เข้าไปดำเนินการตรวจสอบจับกุม ซึ่งตนเชื่อว่าการที่บ่อนดังกล่าวอยู่ได้ไม่ถูกปิด เป็นเพราะเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ ต้องการนำเงินที่ได้จากบ่อนไปซื้อขายตำแหน่งแน่นอน

ดังนั้นจึงขอเรียกร้องให้จเรตำรวจแห่งชาติ เข้าไปตรวจสอบความไม่ชอบมาพากล และทำการสอบสวนลงโทษข้าราชการตำรวจในพื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับบ่อนดังกล่าว

” เพราะที่ผ่านมา เคยร้องไปยังคณะกรรมาธิการตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร แต่เมื่อไปตรวจสอบตำรวจก็บอกว่าไม่พบ จึงเรียกร้องให้ผู้รับผิดชอบดำเนินการอย่างจริง อย่าดีแต่พูด”

นอกจากนี้นายชูวิทย์ ยังได้กล่าวต่ออีกว่า ยังมีอีกหลายคลิปที่จะออกมาแฉเพราะมีการเปิดบ่อนในลักษณะนี้กระจายทั่วประเทศ บางแห่งย้ายมาเปิดใจกลางกรุงเทพฯ และตนจะข้อมูลเหล่านี้จะนำไปพูดอีกครั้งในเวทีของการอภิปรายไม่ไว้วางใจด้วย

ชูวิทย์ ยื่นหนังสือถึงจเรตำรวจ เร่งสอบสวนกรณี บ่อนอ๊อดใต้

จากกรณีที่ นายชูวิทย์ นายชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรครักประเทศไทย โพสต์แฉคลิป บ่อนอ๊อดใต้ เปิดให้บริการในลักษณะรีสอร์ทหรู ย่านพัฒนาการ 20 พร้อมทั้งจี้รัฐบาลเปลี่ยนตัว ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ที่บริหารงานไร้ประสิทธิภาพ ปล่อยให้มีบ่อนพนันกลางกรุงนั้น

ล่าสุด นายชูวิทย์ ได้เดินทางมายื่นหนังสือถึง จเรตำรวจแห่งชาติ ขอให้ดำเนินการสืบสวนสอบสวนข้อเท็จจริงกรณีปล่อยปละละเลยให้มีการเปิดบ่อนการพนันดังกล่าว พร้อมกันนี้ นายชูวิทย์ ได้ขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งรัด และเข้าตรวจสอบพื้นที่ ที่มีบ่อนการพนันโดยเร็ว เนื่องจากเกรงว่า อาจจะทำให้พยานหลักฐาน ตลอดจนอุปกรณ์การลักลอบการเล่นพนัน ถูกทำลายหรือเคลื่อนย้ายออกจากบ้านหลังดังกล่าว อันจะทำให้เสียต่อรูปคดี จนไม่อาจหาพยานหลักฐานมาสนับสนุนข้อร้องเรียนกล่าวหาเพื่อลงโทษข้าราชการตำรวจที่กระทำผิดดังกล่าวได้

อย่างไรก็ตาม ในเร็วๆนี้ ตนเตรียมแฉบ่อนการพนันขนาดใหญ่ที่มีการลักลอบเล่นจำนวนมาก ในพื้นที่ต่างจังหวัดด้วย นายชูวิทย์ กล่าว

ด้าน พ.ต.ต. ปริญญา จันทร์สุริยา รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล กล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า หลังจากที่ทราบข่าว พลตำรวจโทคำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ได้มอบหมายให้ตนสั่งการตรวจสอบอย่างเร่งด่วน โดยมอบหมายให้ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 5 ดำเนินการตรวจสอบ หากพบว่า มีการลักลอบเปิดบ่อนพนันจริง ให้รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินการขอหมายค้นเข้าจับกุมผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทันที

ชูวิทย์ ไม่หวั่นอิทธิพล แฉอีกบ่อนพนันที่ภูเก็ต

ขอประกาศให้ประชาชนชาวภูเก็ตทราบว่า ขณะนี้บ่อนการพนันในพื้นที่ จ.ภูเก็ต ขยายเติบโตมากขึ้นกว่าเดิม โดยมีบ่อนการพนันเปิดให้บริการดังต่อไปนี้

1. บ่อนในเมือง ซอยใบลาน ตรงข้ามธนาคารไทยพาณิชย์
2. บ่อนโกบี้ 5 แยกอ่าวฉลอง
3. บ่อนโกเบอร์ ใกล้สำนักสงฆ์กู้กู
4. บ่อนโกโหน่ง ใกล้โรงเรียนกะทู้
5. บ่อนโกจ๋าย ใกล้แยกอนุสาวรีย์เทพกษัตรี
6. บ่อนโกยุทธ ใกล้ร้านอาหารปากน้ำซีฟู๊ด
7. บ่อนนายก อ. หรือ บ่อนเมืองใหม่ ใกล้สนามบินภูเก็ต ตรงข้ามปั๊มน้ำมัน

บ่อนทั้งหมด เปิดให้กับคนทั่วไปที่ชอบเล่นการพนันเข้าไปเล่นได้ ซึ่งแทนที่จะเอาเงินไปเลี้ยงดูครอบครัว ให้ลูกมีการศึกษา ให้ครอบครัวมีความสุขตามอัตถภาพ ใช้เพื่อความมั่นคงกับอนาคตและครอบครัว กลับนำเงินที่ได้จากการเก็บหอมรอมริบ การทำธุรกิจการค้า มาใช้เล่นการพนันในบ่อนดังกล่าว

ขอให้ประชาชนในจังหวัดภูเก็ตรับทราบและช่วยผมทวงคืนความยุติธรรมให้กับสังคม ในขณะที่รัฐสภาอภิปรายเรื่องงบประมาณ ด้วยข้อมูลลีลาเดิมๆซ้ำๆ ข้อมูลบ่อนการพนันทั้งหมดนี้ขอมอบเป็นของขวัญให้กับกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 ซึ่งจริงๆพวกท่านก็คงทราบดีอยู่แล้ว

ชูวิทย์ บุก บช.น. มอบหลักฐาน มัดบ่อนกิ่งเพชร

รายงานข่าวแจ้งว่า ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล นายชูวิทย์ กมลวิศษฎ์ หัวหน้าพรรครักประเทศไทย ได้เดินทางไปมอบแผ่นวีซีดี หลักฐานบ่อนกิ่งเพชร บริเวณ ถ.เพชรบุรี ซอย5 ให้แก่ พ.ต.อ.ปรีดา สถาวร โฆษก บช.น. ภายหลังได้ส่งสายลับไปบันทึกภาพการเล่นการพนันในบ่อนดังกล่าว

โดยการนี้นายชูวิทย์ ได้ให้ พ.ต.อ.ปรีดา เซ็นต์ชื่อรับหลักฐาน และได้กำชับให้รีบไปตรวจสอบด้วย เพราะหากล่าช้าจะทำให้ไม่พบหลักฐานเนื่องจากขณะนี้กำลังมีการขนย้ายอุปกรณ์หนีอยู่ ขณะเดียวกันหากเจ้าหน้าที่ตำรวจละเลย ก็จะมีความผิดตามกฎหมายมาตรา 157ด้วย

ทั้งนี้ในช่วงหนึ่งก่อนการมอบเอกสารหลักฐาน นายชูวิทย์ก็ได้ลั่นวาจาสาบานต่อหน้า อนุสาวรีย์พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้ากฤษฎาภินิหาร กรมพระนเรศวรฤทธิ์ ผู้ก่อตั้งกระทรวงนครบาล ด้วยว่า

หากเจ้าหน้าที่ตำรวจไปตรวจสอบ แล้วไม่พบว่ามีบ่อนในที่ดังกล่าวจริง ก็ขอให้ตน และครอบครัวเกิดความวิบัติ แต่ถ้าหากมีบ่อนดังกล่าว แต่เจ้าหน้าที่ละเลย ก็ขอให้ขอให้ครอบครัววิบัติ รับราชการไม่รุ่ง ไม่มีความเจริญในหน้าที่การงานใดๆ.