ประชาชนร้องเรียน “กินสับปะรด” แล้วมีอาการลิ้นชา

มีประชาชนร้องเรียนผ่านทีมข่าวพีพีทีวี ว่าเกิดอาการลิ้นชา หลังซื้อสับปะรดแบ่งขาย บริเวณท้องสนามหลวงมากิน โดยเขาตั้งข้อสังเกตว่า สับปะรดดังกล่าว อาจผสมสารเคมี เพราะมีสี และรสชาติผิดปกติ

วันนี้ (12 ต.ค.) ทีมข่าวพีพีทีวีลงพื้นที่ หลังได้รับร้องเรียนจากประชาชนว่า เกิดอาการลิ้นชา หลังซื้อสับปะรดแบ่งขาย บริเวณท้องสนามหลวงมากิน โดยผู้ร้องเรียนระบุว่า ซื้อมาจากบริเวณท่าเรือ ท่าช้าง ที่อยู่ติดกับท้องสนามหลวง ซึ่งมีแม่ค้าขายสับปะรดลักษณะนี้หลายร้าน หลังจากที่กินสับปะรดไปได้ไม่นาน เกิดอาการชาไปทั้งลิ้น และเมื่อสังเกตน้ำที่ออกมาจากสับปะรด พบว่ามีสีเข้มผิดปกติ จึงตั้งข้อสังเกตว่า สับปะรดดังกล่าวอาจผสมสารเคมี

ทีมข่าวลงพื้นที่สำรวจตามที่ประชาชนร้องเรียนมา แต่ไม่พบร้านขายสับปะรด เมื่อสอบถามไปยังร้านค้าบริเวณดังกล่าว พบว่า ช่วงนี้ไม่มีทัวร์มาลง แม่ค้าขายสับปะรดจึงหยุดขาย เพราะส่วนมากแล้วจะเน้นขายให้กับลูกทัวร์ชาวจีน

ทีมข่าวจึงนำภาพที่ประชาชนร้องเรียน ไปให้ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ตรวจสอบ เบื้องต้น อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ตั้งข้อสังเกตจากภาพว่า อาจมีการผสมสีลงในสับปะรด เพราะน้ำที่ออกมาจากสับปะรดมีสีเข้มผิดปกติ แต่ทั้งนี้ต้องนำมาตรวจสอบภายในห้องปฏิบัติการเพื่อตรวจหาสารเคมีให้ชัดเจน

นพ.สุขุม กาญจนพิมาย อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวว่า โดยปกติแล้ว ในสับปะรด จะมีเอนไซม์ตามธรรมชาติ ที่มีชื่อว่าบลอมิเลน มีคุณสมบัติย่อยโปรตีน หากกินสับปะรดในปริมาณมาก อาจทำให้เกิดอาการลิ้นชาได้

แต่ทั้งนี้ข้อมูลจากกรมวิทยาศาสตร์ พบว่า ที่ผ่านมา มักตรวจพบว่า ผู้ค้าจะสารเคมีในผลไม้สด เพื่อแต่งสีและรสชาติให้ผลไม้น่ารับประทาน คือ สีผสมอาหาร และขัณฑสกร สารเคมีเหล่านี้กฎหมายไม่อนุญาตให้ใส่ลงไปในผลไม้สด ถือว่าผิดกฎหมาย และหากผู้บริโภครับสารเคมีเหล่านี้มากเกินไป จะส่งผลต่อร่างกาย อาจทำให้เกิดอาหาร ท้องเสีย อาเจียน เกิดอาหารชา และหากแพ้สารเคมีเหล่านี้ อาจทำให้ถึงขั้นเป็นอัมพาตได้

ขอบคุณที่มา : news.sanook.com