ผู้ประกาศหนุ่มช่อง 7 ย้อนเล่าหน้าที่สุดเศร้า วันนี้…เมื่อปีที่แล้ว

ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 13 ตุลาคมปีที่แล้ว เป็นช่วงเวลาที่แสนเศร้าโศกของพสกนิกรชาวไทยทั้งประเทศ เมื่อได้รับข่าวร้ายจากหน้าจอโทรทัศน์ สารจากสำนักพระราชวัง เมื่อวันนั้นหลายคนคงจำได้กับภาพของ ป๋อง วีระศักดิ์ ขอบเขต ผู้ประกาศข่าวช่อง 11 ซึ่งเป็นอีกคนหนึ่งที่ปฏิบัติหน้าที่แจ้งข่าวทั้งน้ำตา และถูกแชร์ส่งต่อในโลกออนไลน์เป็นวงกว้าง

บรรยากาศในวันนั้นเต็มไปด้วยความสับสนและคราบน้ำตา โดยเฉพาะกลุ่มคนข่าวของสำนักข่าวต่างๆ ที่ต้องได้รับสารก่อนใครอื่น เพื่อทำหน้าที่เผยแพร่ให้กับประชาชนได้รับทราบ คนข่าวหลายคนต่างมีประสบการณ์ในวันนั้น และหนึ่งในนั้นคือผู้ประกาศหนุ่มช่อง 7 สี “กฤษดา นวลมี” ที่ทำหน้าที่นี้ในวันนั้นด้วย

กฤษ กฤษดา ได้โพสต์เล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นในวันนี้เมื่อปีที่แล้ว เบื้องหลังของคนข่าวในเย็นวันที่ 13 ตุลาคม 2559 ที่เต็มไปด้วยเรื่องราวมากมาย

“วันนี้…เมื่อปีที่แล้ว 13 ตุลาคม 2559 ผมมาอ่านข่าวเที่ยงตามปกติ หลังจากนั้นก็กลับบ้าน ถึงแม้ในช่วงสองสามวันนั้นจะมีกระแสข่าวไม่สู้ดีออกมาอย่างต่อเนื่อง แต่เราก็บอกตัวเองและคนรอบข้างเสมอว่ามันไม่เป็นความจริง จนบ่ายสองโมง ผมโดนตามตัวให้กลับเข้าสถานีด่วนพร้อมกับผู้ประกาศคนอื่นๆ ไอ้เราก็เริ่มใจคอไม่ดี ที่สถานีมีการเปิดห้องประชุมคุยกัน พี่ๆ สายราชสำนักเริ่มร้องไห้ ผู้บริหารวิ่งเช็คข่าวกันวุ่นวาย ยิ่งทำให้บรรยากาศที่สถานีแลดูตึงเครียดที่สุดเท่าที่ผมเคยเห็นมา

หัวหน้าเดินมาบอกว่า หากมีอะไรเกิดขึ้นให้ผมเป็นคนอ่านประกาศสำนักพระราชวังนะ ด้วยเหตุผลที่ว่าผู้ชายเข้มแข็งกว่าผู้หญิง เสียงจะได้ไม่สั่น แต่ก็ถ้าจะจริงอยู่ไม่น้อย เพราะผู้ประกาศหญิงหลายคนตาแดงก่ำ ร้องไห้กันไปหลายรอบแล้ว

จนหกโมงกว่า ถูกสั่งให้ไปเปลี่ยนชุดดำและนั่งรอ จนกระทั่งหกโมงห้าสิบ หัวหน้ามาพร้อมกับประกาศฉบับใจสลาย เนื้อหาหนึ่งหน้ากระดาษกับเวลาเตรียมตัวหนึ่งนาที ถึงเวลานั้นก็ได้แต่บอกกับตัวเองว่า “แล้วเราจะผ่านมันไปให้ได้” เช่นเดียวกับคนไทยทุกคน – สถิตอยู่ในใจตราบนิจนิรันดร์”

ริชชี่ นางเอกเชื้อสายลาหู่ สานต่อพระราชดำริในหลวง ร.9 เพื่อชาวเขา

นางเอกสาวช่อง 3 ริชชี่ อรเณศ ดีคาบาเลส เป็นนางเอกลูกครึ่งผสมหลายเชื้อชาติ และมีเชื้อสายชาวเขาเผ่าลาหู่ เกิดและเติบโตมาบนดอยปู่หมื่น จ.เชียงใหม่ ครอบครัวของ คุณแม่ชฎาพร ไชยกอ เป็นข้ารองพระบาทปฏิบัติงานถวาย ในหลวงรัชกาลที่ 9 มาตลอด นับตั้งแต่ นายจะฟะ ไชยกอ คุณตาของริชชี่ ได้รับพระราชทานชาพันธุ์อัสสัมเพื่อให้มาปลูกทดแทนฝิ่น คุณตาจะฟะทุ่มเทพลังกายพลังใจพยายามเปลี่ยนชาวบ้านทั้งดอยให้เลิกปลูกฝิ่นและหันมาปลูกชา ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายเพราะคุณตาไม่มีความรู้เรื่องชามาก่อน และยังเป็นงานที่เสี่ยงมาก แต่เพราะในหลวงท่านมอบชีวิตให้กับคุณตา ทำให้ครอบครัวทุกคนได้เป็นคนไทยและมีชีวิตที่ดีขึ้น คุณตาก็พร้อมจะมอบชีวิตทั้งหมดเพื่อทำงานถวายพระองค์ท่าน

แต่เมื่อไปขัดผลประโยชน์ขบวนการรับซื้อฝิ่น ทางนั้นจึงส่งคนมายิงคุณตาเสียชีวิต แต่จนถึงวินาทีสุดท้ายที่คุณตาจะฟะมีลมหายใจ ท่านก็ยังยึดมั่นที่จะให้ชาวเขาเปลี่ยนจากฝิ่นมาปลูกชาแทน และส่งต่อความตั้งใจนี้มายังลูกๆ ทั้ง 11 คน ปัจจุบันนี้พี่น้องของคุณแม่ทุกคนยังสานต่อ และพัฒนาในสิ่งที่ตัวเองถนัด สำหรับริชชี่มีความตั้งใจอยากที่จะสานต่อให้ชาของชาวบ้านมีที่ขาย เพื่อที่เขาจะได้ปลูกเพิ่ม ตอนนั้นคุณตาตั้งใจจะปลูกชาให้ได้ 2 พันไร่ แต่ยังไม่สำเร็จ ถ้าวันนี้ชามีที่ขาย เขาจะสามารถปลูกตรงนี้ได้ทั้งหมด

งานของครอบครัว นอกจากปลูกชาแบบดั้งเดิม ยังปลูกลิ้นจี่ซึ่งได้รับพระราชทานมาจากในหลวงรัชกาลที่ 9 เช่นกัน พร้อมกันนี้ยังได้ทำหมู่บ้านต้นแบบเชิงวัฒนธรรม บ้านดอยปู่หมื่น อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ เป็นการท่องเที่ยววิถีชุมชน เพื่อให้ชาวเขามีอาชีพ มีรายได้ที่มั่นคงขึ้น และเป็นต้นแบบให้หลายชุมชนมาเรียนรู้ พัฒนาชุมชนของตัวเองอีกด้วย หลังจบการศึกษาปริญญาตรีจากคณะวิทยาศาสตร์การกีฬา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ริชชี่ก็ตั้งใจที่จะช่วยงานของครอบครัวอย่างเต็มที่ และสานต่อพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่ 9 ต่อไป เพราะพระองค์ท่านทรงมอบชีวิตให้กับครอบครัว ทำให้มีทุกวันนี้ได้

ป๋อ ณัฐวุฒิ โพสต์ถึง ตูน บอดี้สแลม ทำไมต้องบริจาคคนละ 10 บาท?

กลายเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงในระดับประเทศ สำหรับโปรเจคใหม่ของนักร้องหนุ่ม ตูน อาทิวราห์ คงมาลัย หรือ ตูน บอดี้สแลม กับ “ก้าว” ครั้งใหม่ ที่จะวิ่งจากใต้สุดของแดนสยาม อำเภอเบตง จังหวัดยะลา ไปสู่เหนือสุด อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ในระยะเวลาเกือบสองเดือน โดยมีเป้าหมายไว้ว่าจะได้รับเงินบริจาคเป็นจำนวนเงิน 700 ล้านบาท เพื่อ 11 โรงพยาบาล

โดยตูนเผยว่า อยากได้เงิน 10 บาท จากคนไทยกว่า 70 ล้านคน แค่คนละ 10 บาท ซึ่งอาจจะดูมีค่าน้อย แต่ลองเอามากองรวมกัน เงิน 10 บาท มันสามารถช่วยเหลือชีวิตคนได้จริงๆ โดยรอบนี้จะเป็นการวิ่งครั้งใหม่ที่ยาวที่สุดในชีวิต และเป็นการวิ่งครั้งสุดท้ายที่จะออกมาระดมทุน

ซึ่งโปรเจคนี้ถูกพูดถึงเป็นอย่างมากในสื่อสังคมออนไลน์ ทั้งในแง่บวกและลบ ซึ่งพระเอกหนุ่มชื่อดัง ป๋อ ณัฐวุฒิ สกิดใจ ได้โพสต์แสดงความคิดเห็นถึงโปรเจคดังกล่าวของหนุ่มตูนว่า…

“สิ่งที่ตูนพยายามสื่อ บางคนบอกเค้าสามารถให้ 100 นึง ทำไมต้อง 10 บาท ผมว่า ตูนกำลังพูดถึงพลังสามัคคี พลังแห่งเรา ซึ่งถ้าเราร่วมกัน ช่วยกัน เงินแค่ 10 บาทอาจเป็นพลังมหาศาล แต่ก็เหมือนบางคนจะมองไม่ออก เห็นว่าครั้งนี้ก็เหมือนการรับบริจาคแบบเดิมๆ คนรวยๆ ก็บริจาคเยอะๆ เป็นภาพที่สวยงามได้เงินเยอะ ได้ภาพ แต่ผมว่าจริงๆ แก่นเนื้อแท้ของตูนคือ เงิน 10 บาท จากคนไทย 70 ล้านคนต่างหากที่ตูนอยากจะเห็น และเป็นการไม่รบกวนคนไทยมากมาย ด้วยเงินแค่ 10 บาทเท่านั้นเอง”

4 คนดัง ร่วมสร้างการปลูกฝังที่ดีให้ลูกน้อย ผ่านคำสอนต่างๆ ของพ่อ

เชื่อว่าทุกๆ การกระทำและคำสอนต่างๆ ที่เราได้รับรู้ ได้สัมผัส หรือได้เห็นนั้น ล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงเป็นแบบอย่างที่ดีในฐานะ “พ่อของแผ่นดิน” ซึ่งสิ่งเหล่านั้น คุณพ่อซูเปอร์แมนจาก The Return of Superman Thailand ก็ได้ซึมซับและนำมาใช้กับลูกๆ ของตนเองเช่นกัน

เริ่มจากบ้านพ่อเบิร์ด “พันเอก วันชนะ สวัสดี” ที่นำคำสอนดีๆ มาใช้กับน้องวิน ไม่ว่าจะเป็น การเป็นผู้ให้ การยกย่องเชิดชูสถานบันทั้ง 3 สถาบัน คือ ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ โดยจะสอดแทรกเรื่องๆ ราวๆ ต่างๆ ไปในชีวิตประจำวัน และที่สำคัญน้องวินยังชอบเรื่องพระมหาชนก ซึ่งเป็นนิทานที่ผู้พันเบิร์ดเล่าให้ฟังอยู่บ่อยๆ โดยจะสอนเรื่องความเพียรพยายาม และนำมาใช้ในชีวิตจริงของเราได้

ซึ่งด้านพ่อโอ๊ค “สมิทธิ์ อารยะสกุล” ก็ได้นำคำสอนและแนวคิดดีๆจากเรื่อง พระมหาชนก มาเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจด้านความเพียรเช่นกัน และที่สำคัญ เรื่องคุณธรรมจริยธรรม ก็ไม่ละทิ้ง ที่จะนำมาบอกมาสอนแก่สองแฝด อลิน-อลัน แม้ลูกจะยังไม่เข้าใจในความหมายเนื่องจากยังเด็ก แต่พ่อโอ๊คก็พยายามปลูกฝังเรื่องราวและสิ่งดีๆให้ลูกผ่าน เสียงเพลงพระราชนิพนธ์ เชื่อว่า เพลงที่เกี่ยวกับในหลวงคือบทเพลงที่เหนือกาลเวลาจริงๆ

พ่อเต๋า “สมชาย เข็มกลัด” ที่ดูเหมือนจะอยู่ใกล้ชิดกับสองแสบ น้องสมใจ น้องสุขใจ แต่หารู้ไม่ว่า ลูกๆสามารถร้องเพลง รูปที่มีทุกบ้าน ได้ ตามประสาเด็กๆ แม้จะไม่ได้ไพเราะจับใจ แต่เป็นความภูมิใจของคนเป็นพ่ออย่างพ่อเต๋า ที่ได้ยิน และสิ่งที่พ่อเต๋าปลูกฝังลูกทั้งสองคือ ขอแค่ลูกไม่โกง ไม่ทุจริต ไม่เห็นแก่ตัว พ่อก็ดีใจมากแล้ว

ปิดท้ายด้วยบ้านพ่อกอล์ฟ “ณัฐวุฒิ ศรีหมอก” และน้องชูใจ เพราะลูกยังเด็กและคงยังไม่เข้าใจอะไรนัก จึงพยายามหากิจกรรมเพื่อให้ลูกได้เห็นและได้ยินสิ่งที่พ่อบอก เพราะน้องชูใจจะซึมซับสิ่งเหล่านี้ไปเอง เช่น ร้องเพลงเกี่ยวกับในหลวง ที่สอดแทรกความรู้ไว้ หรือ พูดถึงความพอเพียง พอใจในสิ่งที่ตนมี ก็ดีแล้ว แต่สิ่งที่พ่อกอล์ฟประทับใจคือ ครั้งนึงอุ้มชูใจไปเที่ยวโรงเรียน แล้วชูใจเห็น พระบรมฉายาลักษณ์ รัชกาลที่ 9 และน้องชูใจก็ยกมือไหว้ ทำให้พ่อกอล์ผตื้นตันขึ้นมาทันที

เรื่องราวดีๆ ที่มีแง่คิดจากคนเป็น “พ่อ” ของซูเปอร์แมนทั้ง 4 ครอบครัว ในเรียลลิตี้ The Return Of Superman Thailand ยังมีให้ชมอีก ติดตามได้ในวันเสาร์ เวลา 15.00-15.45 น. ทางช่อง 7 สี

ขอบคุณที่มา : news.sanook.com