เวทนา ชะตากรรมหมูป่าทางด่วนแจ้งวัฒนะ ถูกคนไล่ฆ่าจับทำกับแกล้ม

หลังจากเมื่อปลายเดือนกันยายนที่ผ่านมา โลกออนไลน์มีการแชร์ภาพครอบครัวหมูป่า เดินอยู่บริเวณทางลงทางด่วนพิเศษ ถนนแจ้งวัฒนะ คาดว่ามีหมูป่าอยู่ประมาณกว่า 70 ตัว ทางสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดนนทบุรีกว่า 30 นายได้นำกำลังและเครื่องมือดักจับรวมถึงมีการนำยาสลบยิงให้หมูอ่อนแรง จนสามารถจับได้ประมาณ 15-20 ตัว ซึ่งยังมีที่หลบเข้าในพงหญ้าและตามคูคลองที่ยากต่อการจับ

ล่าสุด (11 พ.ย.) กาลเวลา เสาเรือน ผู้สื่อข่าวเวิิร์คพอยท์ โพสต์แชร์ภาพ พร้อมเล่าชะตากรรมของเจ้าหมูป่าฝูงนี้ระบุว่า

“จำเรื่องหมูป่าที่หลุดเข้าไปบนทางด่วนแจ้งได้ไหมคะ? นี่คือสภาพล่าสุดของหมูป่าบางส่วนที่ยังเหลือและเพิ่งรอดจากการถูก “ไล่ฟันเพื่อจับเอาไปกิน” แม้จะมีการเข้ามาดูแลจากหลายภาคส่วน ทั้งแจ้งว่า “ไม่สามารถไปทำร้ายหมูหรือจับนำมาเป็นอาหารได้” และคนจะมารับหมูป่าต้องนำไปเลี้ยงเพื่อขยายพันธุ์โดยต้องลงชื่อกับกรมปศุสัตว์ก่อนเท่านั้น

แต่ทว่า..ชาวบ้านมักพบคนบางกลุ่มมาไล่ล่าหมูเอาไปกิน บ้างก็เอา “ค้อนทุบ ไม้ฟาด หรือมีดฟัน” จนเป็นแผลอย่างที่เห็น บางคนกินเหล้าขาดกับแกล้มก็ชวนกันมาฆ่าหมูป่ากลางดึก ตัวไหนหนีไม่ทัน ก็โดนเอาไปกินเป็นกับแกล้ม ตัวไหนโชคดีหน่อยหนีทัน แต่ก็โดนทำร้ายสาหัส ซึ่งไม่รู้จะทนพิษบาดแผลได้นานแค่ไหนดังภาพ

ชาวบ้านบอกว่าหมูป่าที่นี่เชื่องเหมือนสัตว์เลี้ยงทั่วไป ชอบมาคลอเคลีย ส่ายหาง นอนเล่นกับเด็กๆ แม้เราอาจจะชินกับหลายเมนูที่นำหมูมาประกอบอาหาร แต่นี่คืออีกด้านของชีวิตที่มีจิตใจไม่ต่างจากคนเช่นกันค่ะ”

โดยภาพที่ปรากฏนั้นเป็นที่น่าเวทนา เนื่องจากหมูป่าหลายตัวมีบาดแผลเหวอะหวะจากการถูกทำร้าย

กองทัพเรือ ขุดพบปืนใหญ่ 12 กระบอก คาดเคยร่วมสู้ศึกในยุคกรุงธนบุรี

กองทัพเรือ ขุดพบปืนใหญ่ฝังดิน มีเลขวันที่หล่อ คาดเคยร่วมสู้ศึกในยุคกรุงธนบุรี

วันที่ 13 พ.ย. 60 ผู้สื่อข่าวรางานว่า เมื่อวานนี้ (12 พ.ย.) พล.ร.ต.สมัย ใจอินทร์ เจ้ากรมพัฒนาการช่าง กรมอู่ทหารเรือ เปิดเผยว่า กองทัพเรือได้ขุดพบปืนใหญ่อายุราว 250 ปี หรือสมัยกรุงธนบุรี รวม 12 กระบอก หนักกว่า 5 ตัน การขุดปืนใหญ่โบราณในครั้งนี้ เพิ่งจะได้จังหวะเวลา และโอกาสดีในการขุดขึ้นมาจากดิน เพราะมีขนาดใหญ่มาก โดยใช้เวลาขุดทั้ง 12 กระบอก ขึ้นมาจากดินที่ความลึกกว่า 2 เมตร นานถึง 2 สัปดาห์ เพราะต้องใช้ความระมัดระวัง เพราะปืนกระบอกที่ใหญ่ที่สุดมีน้ำหนัก 5 ตัน ฝังอยู่ในลักษณะปากกระบอกปืนจมลงดิน

พล.ร.ต.สมัย กล่าวว่า สำหรับกระบอกใหญ่ น้ำหนัก 5 ตัน เป็นปืนที่หล่อจากประเทศอังกฤษแล้วขายให้กับไทย มีตราสัญลักษณ์มงกุฎของประเทศอังกฤษ และเลขปืนสลักวันที่-ปีผลิต ไว้ด้วย

โดยจากตรวจสอบคาดว่า ปืนเหล่านี้เป็นปืนที่ผ่านการร่วมสู้ในยุคกรุงธนบุรีมาแล้ว ทางกองทัพเรือจึงได้เตรียมทำพิธีบวงสรวง และนำมาเตรียมจัดตั้งแสดง ในพิพิธภัณฑ์ กรมเฉลิมพระเกียรติ 84 พรรษา แต่ล่าสุดปืนใหญ่ทั้งหมดถูกเตรียมเก็บเข้าพิพิธภัณฑ์กรมอู่ เพื่อศึกษาและเก็บรักษาไว้

ลูกลิงน้อยน่าสงสาร แอบดูดกาแฟถุงที่ทิ้งไว้ นอนสลบเกือบไม่รอด

เพจเฟซบุ๊ก “คนรักลิงหัวใจแกร่ง” แชร์เรื่องราวของลูกลิงวัย 6 เดือน ซุกซนดูดถุงกาแฟนักท่องเที่ยว สลบเหมือด 10 ชั่วโมง จนเกือบไม่รอดชีวิต

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เพจเฟซบุ๊ก “คนรักลิงหัวใจแกร่ง” ได้โพสต์เรื่องราวน่าสะเทือนใจ หลังสมาชิกชมรมคนรักลิงหัวใจแกร่งได้รับแจ้งจากพ่อค้าที่ขายถั่วต้ม บริเวณจุดชมลิงแสม บางขุนเทียน ระบุว่ามีลูกลิงเพศผู้ อายุประมาณ 6 เดือน ไปดูดกาแฟในถุงของนักท่องเที่ยวที่แขวนไว้บนรถจักรยานยนต์ โดยหลังจากที่กินเข้าไปลูกลิงเกิดอาการสะลึมสะลือ อ่อนแรง แต่ยังสามารถเกาะอยู่บนอกของลิงพี่เลี้ยงที่เป็นตัวผู้ได้

ทีมงานและสัตวแพทย์ประจำกลุ่มจึงต้องวางแผนแยกตัวลูกลิงไปรักษาให้เร็วที่สุด เพราะคาดว่าลูกลิงน่าจะได้รับผลกระทบจากฤทธิ์คาเฟอินที่อยู่ในกาแฟอย่างรุนแรง ทำให้หัวใจเต้นเร็วและใกล้หมดสติ แต่การจับลูกลิงไปรักษาค่อนข้างยาก เพราะลูกลิงเกาะอยู่บนตัวพี่เลี้ยง ทางชมรมฯ จึงได้วางยาสลบพี่เลี้ยงลิง โดยอยู่ภายใต้ความดูแลของสัตวแพทย์ประจำกลุ่ม และแยกตัวลูกลิงไปรักษาอย่างเร่งด่วน

โดยขอความกรุณาจาก รพ.สัตว์หมอไรวินท์ ที่อยู่บริเวณใกล้เคียง รีบรักษาอาการของลูกลิงเบื้องต้นด้วยการพักฟื้นให้น้ำเกลือก่อนที่จะนำคาร์บอนผสมน้ำป้อนใส่ปากลิง โดยเริ่มรักษาอาการ ตั้งแต่เวลา 17.00 น. จนถึง ตี 3 ของวันรุ่งขึ้น

หลังจากนั้นจึงเฝ้าดูอาการอีกระยะ จนลูกลิงค่อยๆ รู้สึกตัว และมีอาการดีขึ้น ชมรมฯ จึงพากลับคืนถิ่นโดยมีลิงพี่เลี้ยงมารับตัวกลับไป แต่ยังคงเฝ้าติดตามอากรอย่างใกล้ชิดจนกว่าจะมั่นใจว่าลูกลิงจะปลอดภัย

สำหรับประชาชนทั่วไป เมื่อมาถึงจุดชมลิงแสมบริเวณนี้ ทางชมรมคนรักลิงหัวใจแกร่ง วอนขอความร่วมมือให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของชมรมฯ หรือป้ายแนะนำ ที่ขอความร่วมมือให้นำเฉพาะผักและผลไม้มาให้ลิงกิน และอย่าให้อาหารลิงตามแนวถนน เพราะที่ผ่านมามีลิงถูกรถชน รถทับตายจำนวนมาก ชมรมฯได้ตั้งโต๊ะให้อาหารลิงไว้และที่อนุสาวรีย์คุณกะลา เพื่อให้ลิงปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

เปิดใจสาวมทส.รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระเทพฯ

เปิดใจบัณฑิตสาว มทส. ผู้โชคดี หลังสมเด็จพระเทพฯ ทรงเห็นบาดเจ็บนั่งรถเข็น ลงมาพระราชทานปริญญาบัตรให้กับมือ

ในเพจเฟชบุ๊กของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี จ.นครราชสีมา ได้มีการแชร์ภาพอันแสนประทับใจในพิธีพระราชทานปริญญาบัตร แก่ผู้สำเร็จการศึกษา ประจำปี 2559 เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2560 โดยเป็นภาพบัณฑิตสาว 2 คน ซึ่งได้รับบาดเจ็บที่ขา นั่งรถเข็นอยู่ และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเดินมาพระราชทานปริญญาบัตรให้กับมือเป็นการเฉพาะ ซึ่งสร้างความปลาบปลื้มปีติให้กับบัณฑิตสาวทั้ง 2 คน และผู้ที่เห็นภาพนี้เป็นอย่างมาก

ผู้สื่อข่าวจึงได้ติดต่อสอบถามไปยังมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ได้รับการเปิดเผยว่า นักบัณฑิตสาว 2 ราย ในภาพนั้น คือ นางสาวอนัสรีย์ เพชรขุ้ม อายุ 27 ปี มหาบัณฑิตปริญญาโท สาขาบริหารงานก่อสร้างและสาธารณูปโภค และนางสาวอภิญญา พงศ์อัมพรนารา อายุ 22 ปี บัณฑิตปริญญาตรี สาขาวิชาวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม

นางสาวอภิญญา พงศ์อัมพรนารา หรือ น้องเตย หนึ่งในบัณฑิตสาวผู้โชคดี เล่าให้ฟังว่า สาเหตุที่ตนต้องนั่งรถเข็นนั้น เนื่องจากว่า เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม ก่อนวันรับพระราชทานปริญญาบัตรเพียง 1 วัน ตนได้ประสบอุบัติเหตุ ตกบันไดขณะที่ซ้อมรับปริญญา ซึ่งขณะนั้นรู้สึกกังวลมาก กลัวว่ารุ่งเช้าจะไม่ได้เข้ารับพระราชทานปริญญาบัตร แต่เมื่อถึงพิธีฯ ทางมหาวิทยาลัยก็ได้แจ้งว่าตนเอง จะได้เข้ารับพระราชทานปริญญาบัตรเป็นลับดับที่ 1,922 จึงรู้สึกดีใจมาก

เมื่อถึงช่วงที่พระองค์พักการพระราชทานปริญญาบัตรครึ่งแรก ก็ได้มีเจ้าหน้าที่ของมหาวิทยาลัย เดินมาบอกว่า สมเด็จพระเทพฯ จะทรงเสด็จมาพระราชทานปริญญาบัตรให้บัณฑิตที่นั่งรถเข็น 2 คน เป็นการเฉพาะด้วยพระองค์เอง ตอนนั้นตนรู้สึกทั้งตกใจ และตื้นตันใจอย่างบอกไม่ถูก ไม่คิดว่าพระองค์จะทรงมีพระมหากรุณาธิคุณต่อตนเองได้ถึงเพียงนี้ เมื่อถึงเวลาที่พระองค์เสด็จมายืนอยู่ต่อหน้า ใจก็รู้สึกสั่น และยิ้มอยู่ตลอดเวลา จนกลั้นน้ำตาแทบไม่อยู่ ขณะที่รับพระราชทานจากพระองค์ท่าน ก็ทำให้ตนเองรู้สึกปลื้มปีติยินดีมากที่สุดในชีวิต

โดยหลังจากนี้ ตนจะนำภาพนั้นไปใส่กรอบรูป เก็บไว้ที่บ้าน เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ และจะพยายามศึกษาให้จบปริญญาโท เมื่อศึกษาจบแล้ว ก็จะตั้งใจทำงานเพื่อสร้างประโยชน์ให้กับประเทศชาติ

นักศึกษาอึ้ง! ป้าใจบุญควักเงินจ่ายค่าปรับให้ ทั้งที่ไม่รู้จักกัน

นักศึกษาอึ้งเลย ป้าใจบุญควักเงินจ่ายค่าปรับให้ ทั้งที่ไม่รู้จักกัน บอก “เอาไปเถอะจะได้ไม่โทรขอแม่ ป้าเป็นแม่คนป้าเข้าใจ”

(12 ต.ค.) เฟซบุ๊ก โก๊ะเอ้ยยยย กินข้าวลูก ได้เล่าเรื่องราวดีๆ ที่เกิดขึ้นบนโรงพัก หลังทำผิดกฎจราจรถูกตำรวจออกใบสั่งและให้ไปเสียค่าปรับที่ สภ.เมืองจันทบุรี ระหว่างที่รอจ่ายค่าปรับนั้นได้นั่งพูดคุยกับหญิงที่นั่งรอเสียค่าปรับเช่นเดียวกัน ตนก็บ่นว่า เงินยิ่งไม่มีอยู่ยังมาเสียอีก พอถึงคิวที่ต้องจ่าย หญิงคนดังกล่าวทราบชื่อเพียง ป้าจำนง บอกว่าจะจ่ายค่าปรับจำนวน 400 บาทให้ แม้นักศึกษาจะปฏิเสธไม่รับ แต่ป้าบอกว่า “ไม่เป็นไรลูก ความผิดเราไม่ได้ตั้งใจทำผิด อย่าไปคิดมาก เดี๋ยวป้าจ่ายให้เงินแค่นี้ เราเป็นนักศึกษามีหน้าที่่ต้องเรียนให้จบ เป็นคนดีของสังคมก็พอแล้ว”

เหตุการณ์ดังกล่าว ทำให้นักศึกษาถึงกับอึ้งในความใจดีของคุณป้า แม้ตนจะชิงจ่ายเงินไปก่อน แต่คุณป้าก็พยายามเอาเงินมาให้จนได้ “เอาไปเถอะจะได้ไม่โทรขอแม่ ป้าเป็นแม่คนป้าเข้าใจ” ซึ่งนักศึกษายอมรับเงินมา เมื่อจะมอบพระให้ 2 องค์เป็นการตอบแทนคุณป้าก็ไม่รับ บอกว่า “ป้ามีพระในหัวใจแล้ว”

ทั้งนี้ นักศึกษาเจ้าของโพสต์ระบุว่า รู้สึกซึ้งในน้ำใจคุณป้าคนนี้มาก ที่ช่วยเหลือผู้อื่นจากใจจริงๆ แววตาดูมีความสุขมากที่ได้เป็นผู้ให้ พร้อมระบุว่าใครรู้จักป้าจำนงขอให้แจ้งด้วย เพราะอยากตอบแทนน้ำใจที่คุณป้ามีให้

หลังโพสต์นี้ถูกแชร์ไปในโลกออนไลน์ มีชาวเน็ตเข้ามาคอมเม้นต์ชื่นชมคุณป้ามากมาย ที่มีเมตตา มีน้ำใจให้กับคนไม่รู้จักกันมาก่อน

เปิดใจอดีตทหารอากาศ ดูแลเครื่องบินพระที่นั่ง นาน 16 ปี

เปิดใจอดีตทหารอากาศดูแลเครื่องบินพระที่นั่งหลายพระองค์ตลอดระยะเวลา 16 ปี ก่อนหันมาเปิดร้านกาแฟที่ประจวบฯ

ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่พบปะพูดคุย สอบถามประวัติและความเป็นมาของคุณลุงท่านหนึ่งวัย 83 ปี ที่ร้านกาแฟโอแล่ม ตั้งอยู่เลขที่ 513/4 ม.6 ต.อ่าวน้อย อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งเป็นร้านของ พันจ่าอากาศเอก ประสิทธิ์ สิทธิกิจ หรือคุณลุงประสิทธิ์ อดีตหัวหน้านายช่างประจำเครื่องบินพระที่นั่งในทุกๆพระองค์ สมัยรับราชการทหารอากาศ

คุณลุงประสิทธิ์ เผยว่า ในสมัยที่รับราชการทหารอากาศใหม่ๆ ได้มาบรรจุประจำอยู่ที่กองบิน 5 ต่อมาได้ย้ายไปปฏิบัติหน้าที่อยู่ที่ กองบิน 6 ฝูงบิน 602 จนได้รับความไว้วางใจและคัดเลือกให้ไปปฏิบัติหน้าที่ เป็นหัวหน้านายช่างประจำเครื่องบินพระที่นั่ง คอยดูแลทุกอย่างเกี่ยวกับเครื่องบิน ตั้งแต่ล้อถึงเครื่องยนต์ ให้พร้อมใช้งานอยู่ตลอดเวลา ซึ่งตอนปฏิบัติหน้าที่ถ้ามีรายการรับเสด็จจะต้องตื่นตี 4 แล้วนำเครื่องไปจอดรอตี 5 และพอถึงเวลา 06.00 น.พระองค์ท่านจะเสด็จขึ้นเครื่อง ซึ่งตนเองจะมีหน้าที่นำเครื่องไปจอด และคอยเปิดประตู พร้อมรับพระมาลา (หมวก) ไปเก็บ

ซึ่งขณะที่ปฏิบัติหน้าที่เป็นหัวหน้านายช่างประจำเครื่องบินพระที่นั่ง จะคอยรับใช้ทุกๆพระองค์ ในขณะปฏิบัติงานรับใช้ ในหลวงรัชกาลที่ 9 ได้รับความไว้วางใจจากพระองค์ท่าน ซึ่งทำให้เกิดความภาคภูมิใจเป็นอย่างมาก โดยส่วนใหญ่พระองค์ท่านจะเสด็จโดยเครื่องบินไปตามพระราชวังต่างๆ ทุกๆ 3 เดือน เช่น พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ พระตำหนักภูพานราชนิเวศน์ พระตำหนักทักษิณราชนิเวศน์ ซึ่งตนมีชั่วโมงบินรวมทั้งหมด 5000 ชม. รวม 16 ปี

นอกจากนี้ยังได้เคยรับใช้พระองค์ท่านด้วยการนำของเสวยไปถวายในระยะ 3 เมตร ซึ่งขณะนั้นพระองค์ท่านทรงงานอยู่ตลอดเวลา ดูแผนที่แล้วใช้วิทยุสื่อสารติดต่อสั่งการ ซึ่งช่วงแรกๆก็รู้สึกตื่นเต้น แต่ช่วงหลังก็ชินเพราะต้องปฏิบัติหน้าที่เป็นประจำ ซึ่งบางครั้งที่พระองค์ต้องการเสวยกาแฟ ได้มีโอกาสนำไปถวาย จึงได้แรงบัลดาลใจมาเปิดร้านขายกาแฟใช้ชีวิตหลังเกษียณที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์แห่งนี้ โดยการดำเนินชีวิตอย่างพอเพียงตามหลักปรัชญาของพระองค์ท่าน เช่น การประหยัดและซื่อสัตย์ เป็นต้น

วงจรปิดฟ้อง แม่วัยใสอุ้มลูกวางทิ้งบนศาลพระภูมิ เดินหนีหน้าตาเฉย

วงจรปิดจับภาพ แม่วัยรุ่นอุ้มลูกวางทิ้งบนศาลพระภูมิหน้าอพาร์ทเม้นต์ เดินหนีไปหน้าตาเฉย

(13 ต.ค.) เมื่อเวลา 06.00 น. ร.ต.ท.ยงยุทธ สังข์สิรยะกุล พนักงานสอบสวน สภ.เมืองนนทบุรี ได้รับแจ้งพบเด็กทารกถูกนำมาวางทิ้งไว้ที่หน้าศาลพระภูมิ อพาร์ทเม้นต์แห่งหนึ่งใน ซ.เรวดี 17 ต.ตลาดขวัญ อ.เมือง จ.นนทบุรี จึงรุดไปตรวจสอบที่เกิดพร้อมด้วยเจ้าหน้าอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู

ที่เกิดเหตุบริเวณหน้าศาลพระภูมิดังกล่าว บนโต๊ะไหว้พบเด็กทารกแรกเกิดเพศชาย อายุประมาณ 1 สัปดาห์ วางอยู่ในถังพลาสติกมีผ้าขนหนูห่มคลุมทับร่างไว้ตามร่างกายพบรอยถูกยุงกัดทั้งตัวเจ้าหน้าที่จึงรีบนำตัวส่งรพ.พระนั่งเกล้าเพื่อทำการช่วยเหลือ

จากการสอบถาม เจ้าหน้าที่รปภ.ของอพาทเมนต์ เล่าว่าขณะที่ตนกำลังขี่จักรยานตรวจความเรียบร้อยภายในอาคารเวลาประมาณ 05.00 น. เมื่อมาถึงศาลพระภูมิพบถังพลาสติกวางอยู่บนโต๊ะจึงเดินเข้าไปเปิดดูก็พบเด็กทารก จึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ของอพาทเมนต์โทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งตนก็ไม่ทราบว่าใครเป็นผู้นำเด็กมาวางทิ้งเอาไว้

จากการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดของอพาทเมนต์ พบว่าเมื่อเวลา 04.56 น.มีหญิงสาววัยรุ่นสวมชุดดำเดินถือถังพลาสติกดังกล่าวเข้ามาวางไว้ที่ศาลพระภูมิก่อนจะรีบหนีไป ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนได้ออกตามหาตัวแม่ใจร้ายคนดังกล่าวเพื่อมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ส่วนอาการเด็กทารกปลอดภัยแล้ว