สลด! 2 เด็กชายอายุ 13 ปี ขี่ จยย. ถูกกระบะชนเข้าอย่างจัง ดับ 1 สาหัส 1

รถกระบะชน จยย. ก่อนลาก จยย.ที่อยู่ใต้ท้องรถไปด้วยจนไฟลุกท่วม วอดทั้งกระบะทั้ง จยย. คนขับกระบะเเละครอบครัวหนีออกจากรถได้อย่างหวุดหวิด ส่วนผู้ขี่ จยย. 2 ราย วัย 13 ปี เสียชีวิต 1 ราย บาดเจ็บสาหัส 1 ราย

วันที่ 8 ต.ค. 60 ร.ต.อ.นิรันดร์ ทองปาน รอง สว.(สอบสวน) สภ.ด่านช้าง จ.สุพรรณบุรี รับแจ้งเหตุรถกระบะชนรถจักรยานยนต์ มีไฟไหม้และมีผู้บาดเจ็บที่ถนนสายด่านช้าง-หนองปรือ หมู่ 3 ต.ด่านช้าง จึงประสานรถดับเพลิงแล้วรุดไปตรวจสอบพร้อมมูลนิธิเสมอกันกู้ภัยสุพรรณบุรี เขต อ.ด่านช้าง

ที่เกิดเหตุพบร่างเด็กชายอายุระหว่าง 13 ปี 2 ราย นอนแน่นิ่งอยู่กลางถนน จึงรีบปฐมพยาบาลเบื้องต้นก่อนนำส่ง รพ.ด่านช้าง ให้แพทย์ช่วยชีวิต ใกล้กันมีรถกระบะยี่ห้ออีซูซุสีเทาดำ ทะเบียน ผค 4441 นครปฐม จอดอยู่ข้างทางมีไฟลุกไหม้ท่วมทั้งคัน เจ้าหน้าที่จึงระดมฉีดน้ำควบคุมใช้เวลาประมาณ 15 นาที เพลิงจึงสงบ

ขณะเจ้าหน้าที่กำลังฉีดน้ำดับไฟได้มีฝนตกลงมาอย่างหนัก แต่รถกระบะถูกไฟไหม้วอดพร้อมรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า สีน้ำเงิน ทะเบียน กวฉ 52 บุรีรัมย์ ที่ถูกรถกระบะชนติดคาอยู่ใต้ท้อง สภาพพังเสียหายทั้งสองคัน

ร.ต.อ.นิรันดร์ ทองปาน รอง สว.(สอบสวน) สภ.ด่านช้าง กล่าวว่าจากการสอบสวนเบื้องต้นทราบวาก่อนเกิดเหตุ นายนิรุติ อายุ 29 ปี ได้ขับรถกระบะออกจากบ้านพาภรรยาและลูกสาววัย 10 ขวบ ไปทำบุญไหว้พระหลวงพ่อโต วัดป่าเลไลยก์

เมื่อถึงจุดเกิดเหตุเป็นทางสามแยก มีรถจักรยานยนต์ของผู้บาดเจ็บขี่ออกจากทางแยกตัดหน้ารถกระบะในระยะกระชั้นชิด ทำให้คนขับรถกระบะเบรกไม่ทัน จึงพุ่งชนอย่างแรง จนร่างเด็กชายทั้งสองกระเด็นกระแทกพื้น และรถกระบะได้ลากรถจักรยานยนต์ที่อยู่ใต้ท้องรถ ครูดไปกับพื้นถนนเป็นระยะทางยาวเกือบ 80 เมตร จนเกิดประกายไฟลุกไหม้รถกระบะ เคราะห์ดีที่คนขับเบรกและรีบจอดรถข้างทางหนีออกมาได้ทัน หวิดถูกย่างสด

ส่วนผู้ขับรถจักรยานยนต์ได้เสียชีวิตในเวลาต่อมาที่ รพ.ด่านช้าง ชื่อ ด.ช.เอ อายุ 13 ปี ส่วนคนซ้อนท้ายชื่อ ด.ช.พี อายุ 13 ปีอาการสาหัส ถูกส่งตัวไปรักษาต่อที่ รพ.ศูนย์เจ้าพระยายมราช

ซึ่งผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บได้ชวนกันขับขี่รถจักรยานยนต์มาจาก ต.สระแก้ว อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี มาเที่ยวหาดทราย ในเขต อ.ด่านช้าง แล้วมาประสบอุบัติเหตุ อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่จะได้สอบสวนสาเหตุที่แท้จริงเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ขอบคุณที่มา : news.sanook.com

พ่อร้องสื่อการ์ดผับขอนแก่นรุมตื้บ-เผาทั้งเป็น อาการโคม่า

พ่อเด็กหนุ่มวัย 15 ปี ร้องสื่อหลังคดีลูกชายโดนการ์ดผับชื่อดังเมืองขอนแก่น รุมทำร้ายร่างกายและจุดไฟเผา อาการยังโคม่า เตรียมบุกไปหาผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 เร่งดำเนินคดี

(5 ต.ค.) พ่อของผู้เสียหายจากการถูกกลุ่มชายฉกรรจ์รุมทำร้าย ซึ่งไม่ประสงค์จะเปิดเผยใบหน้าและชื่อ-สกุล เพราะเกรงว่าจะไม่ปลอดภัย ได้นำภาพถ่ายเยาวชนชายที่ระบุว่าเป็น นายเอ (นามสมมุติ) อายุ 15 ปี ซึ่งเป็นลูกชาย ที่อยู่ในสภาพของผู้ป่วยเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งด้วยอาการบาดเจ็บสาหัส เข้าร้องเรียนกับสื่อมวลชน

คุณพ่อของนายเอ ระบุว่า อาการบาดเจ็บของลูกชาย ซึ่งตอนนี้อยู่ในอาการสาหัสและยังไม่ได้สติ เกิดจากการถูกกลุ่มชายฉกรรจ์ ซึ่งเป็นการ์ดของผับชื่อดังแห่งหนึ่ง ตั้งอยู่ใจกลางเมืองขอนแก่น ได้รุมทำร้ายร่างกาย ด้วยการเตะ ต่อย และทุบตีเข้าที่บริเวณศีรษะ เหตุเกิดในคืนวันที่ 22 กันยายนที่ผ่านมา ทำให้นายเอ สลบหมดสติคาที่ มีอาการคั่งในสมองและยังไม่รู้สึกตัวถึงปัจจุบันนี้

ผู้ปกครองของเหยื่อผู้เสียหาย เล่าให้ฟังว่า ในคืนวันที่ 22 กันยายนที่ผ่านมา เวลาประมาณ 23.00 น. วันเกิดเหตุ ลูกชายได้บอกกับแฟนสาวผ่านทางข้อความแชทว่าจะออกไปเล่นเกมที่ร้าน และจะไปขับรถเล่นกับเพื่อนๆ ซึ่งเป็นเรื่องปกติที่คนในบ้านจะรับรู้อยู่แล้วว่า นายเอมีนิสัยติดเกมและติดเพื่อน มักจะออกไปแบบนี้อยู่บ่อยๆ แต่ก็ไม่เคยมีปัญหาหรือเรื่องทะเลาะวิวาทมาก่อน

จนกระทั่งในช่วงเช้าของวันที่ 23 กันยายน ตนได้ทราบข่าวจากเพื่อนๆ ของลูกชายว่า ลูกชายถูกนำตัวส่งรักษาที่โรงพยาบาลขอนแก่น เพราะถูกทำร้ายร่างกาย อาการสาหัสถึงขั้นเลือดคั่งในสมอง และยังไม่รู้สึกตัวหรือตอบสนองใดๆ เมื่อตนเดินทางไปถึงก็พบลูกชายนอนอยู่บนเตียงด้วยสภาพที่น่าหดหู่ใจ

ขณะที่แฟนสาวของนายเอ ซึ่งทราบรายละเอียดที่เกิดขึ้นจากเพื่อนของนายเอ เปิดเผยว่า กลุ่มคนที่ทำร้ายนายเอนั้น คาดว่าเป็นคนของผับดังกล่าว เพราะตนคุ้นหน้าเป็นอย่างดี อีกทั้งหลังเกิดเหตุ คนที่ตนรู้จักในผับแห่งนั้นได้ติดต่อมาถามถึงอาการของแฟนว่าเป็นอย่างไรบ้าง โดยผู้ที่ติดต่อมาได้บอกกับตนว่าไม่ใช่คนลงมือก่อเหตุ แต่คนที่ทำเป็นการ์ดที่ผับตนจริง สาเหตุที่ทำเพราะเห็นกลุ่มเด็กขับรถจักรยานยนต์ผ่านมาที่บริเวณหน้าผับ โดยมีลักษณะเหมือนจะมาก่อเหตุความวุ่นวาย

แฟนสาวของนายเอ ยังยืนยันว่า นายเอและกลุ่มเพื่อนเพียงแค่ขับรถจักรยานยนต์ผ่านไปหน้าร้านเท่านั้น ไม่ได้มีเจตนาจะไปก่อความวุ่นวายหรือจะเข้าไปเที่ยวในผับแต่อย่างใด แต่ในระหว่างที่นายเอและเพื่อนๆ ขับรถผ่านไปหน้าผับ ก็มีชายคนหนึ่งตะโกนบอกกลุ่มคนที่อยู่บริเวณถนนหน้าผับให้จับตัวเด็กกลุ่มนี้เอาไว้

โดยมีชายฉกรรจ์กระโดดถีบรถของนายเอจนล้ม และช่วยกันคุมตัวไปซ้อมจนบาดเจ็บดังกล่าว ทั้งยังข่มขู่ต่างๆ นานา รวมทั้งพยายามบังคับให้สารภาพบอกมาว่า ใครจ้างให้มาก่อกวน ซึ่งทุกคนต่างก็ปฏิเสธว่า ไม่ได้มีใครจ้าง เพียงแค่ขี่รถผ่านมาเท่านั้น

ในเมื่อนายเอไม่ตอบ กลุ่มคนร้ายก็เริ่มตบตี รวมทั้งใช้น้ำมันราดขาซ้ายแล้วจุดไฟเผา ก่อนที่ชายฉกรรจ์กลุ่มนี้จะนำตัวเด็ก ประมาณ 3-4 คน ไปทิ้งไว้ที่ลานหน้าเสาธงใน สภ.เมืองขอนแก่น ก่อนที่พ่อและแม่ของเด็กที่ถูกทำร้ายจะมาพบ และเข้าแจ้งความ เมื่อวันที่ 23 กันยายน ในข้อหาร่วมกันทำร้ายร่างกาย

พ่อของนายเอ ระบุว่า สาเหตุที่ต้องร้องเรียนกับสื่อมวลชนในครั้งนี้ เพราะเกรงว่าคดีจะไม่คืบหน้า และกลัวว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม เพราะตั้งแต่เกิดเรื่องมา ยังไม่ใครออกมาแสดงความรับผิดชอบต่อสิ่งที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะอาการบาดเจ็บของลูกชาย ที่แพทย์เพิ่งทำการผ่าตัดเอาเลือดที่คั่งในสมอง แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่ได้สติ

นอกจากนี้ยังพบว่ามีอาการบาดเจ็บอย่างรุนแรงที่บริเวณใบหน้าที่ฟกช้ำ ปอดฉีก รวมทั้งแผลที่เกิดจากไฟไหม้ จากการถูกราดน้ำมันแล้วจุดไฟเผา ทั้งนี้มีรายงานว่าทางญาติผู้เสียหายเตรียมที่จะเดินทางเข้าพบกับผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 เพื่อขอความช่วยเหลือในการติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาสอบสวนและดำเนินคดีให้เร็วที่สุด

ขอบคุณที่มา : news.sanook.com

รวบแล้ว 3 โจรปล้น 60 ล้าน ยึดเงินคืนทั้งหมด ยังหนีอีก 2

รวบแล้ว 3 คนร้าย ปล้นสะท้านกรุง 60 ล้านบาท ยึดเงินคืนได้ทั้งหมด พบนำกระบะฟอร์ดป้ายแดง จอดทิ้งข้างศูนย์วัฒนธรรม จ่อแถลงวันนี้

พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วย พล.ต.ท.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และ พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช รักษาราชการแทน ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล พร้อมทีมสืบสวนลงพื้นที่ตรวจสอบรถยนต์กระบะฟอร์ดสีส้ม ป้ายแดง ทะเบียน ส-5179 กทม. ซึ่งเป็นรถยนต์ของกลางที่กลุ่มคนร้าย ปล้นไปพร้อมเงิน 60 ล้านบาทจากคอนโดมิเนียมย่านรัชดาภิเษก 30 และนำไปจอดทิ้งไว้บริเวณถนนเทียมร่วมมิตรใกล้กับศูนย์วัฒนธรรม

หลังเจ้าหน้าที่พบข้อมูล ว่า รถยนต์คันดังกล่าวถูกนำมาจอดทิ้งไว้โดยมีการนำผ้าคลุมรถไว้ตั้งแต่คืนเกิดเหตุ ซึ่งจากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน พบหลักฐานสำคัญหลายอย่าง อาทิ ลายนิ้วมือแฝงคีย์การ์ดพร้อมกุญแจที่ใช้ผ่านเข้าออก คอนโดมิเนียม หลังดังกล่าวเจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน และนำรถกระบะฟอร์ด ไปเก็บไว้ที่ สน.พหลโยธิน เพราะเป็นรถยนต์ของกลาง ที่คนร้าย ปล้นมาจากในพื้นที่ รับผิดชอบของ สน.พหลโยธิน

พล.ต.อ.จักรทิพย์ เปิดเผยภายหลังตรวจสอบ รถยนต์ของกลางโดยระบุว่า ในส่วนของรถยนต์กระบะฟอร์ดคันนี้ จากการสอบสวนขยายผล พบว่า คนร้ายนำมาจอดทิ้งไว้ ตั้งแต่คืนก่อเหตุเวลาประมาณ 02.00 น. และจากการตรวจสอบภายในรถ ไม่พบเงินสดของกลาง ที่คนร้ายปล้นไปจากผู้เสียหาย แต่พบหลักฐานอื่นหลายอย่าง ได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่สูจน์หลักฐานเก็บไว้ทั้งหมดแล้ว ในส่วนของผู้ก่อเหตุ ขณะนี้ เจ้าหน้าที่รู้ตัวทั้งหมดแล้ว และอยู่ระหว่างการสอบสวนเพิ่มเติม เพื่อขอศาลออกหมายจับ

ผู้สื่อข่าวมีรายงานว่า ฝ่ายสืบสวน สามารถติดตามจับกุมตัวผู้ก่อเหตุได้แล้ว 3 คน ซึ่งเป็นกลุ่มที่ เข้ามาปล้นและทำร้ายผู้เสียหาย ที่ลานจอดรถของคอนโดมิเนียมที่เกิดเหตุ พร้อมกับ ติดตามยึดเงินสกุลเงินเยน ที่ถูกปล้นไป กลับมาได้ทั้งหมด ส่วนผู้ก่อเหตุอีก 2 คน อยู่ระหว่างเร่งติดตามตัว ขณะที่แหล่งข่าวฝ่ายสืบสวน ระบุว่า จากการสอบปากคำพยาน ซึ่งเป็นผู้นำเงินของผู้เสียหาย มาเก็บไว้ที่คอนโดมิเนียม และถูกทำร้ายร่างกายได้รับบาดเจ็บ พบว่าไม่มีส่วนรู้เห็นกับ แก๊งคนร้ายที่ก่อเหตุปล้นเงินดังกล่าว

ทั้งนี้ จะมีการแถลงผลการจับกุมผู้ต้องหาที่ร่วมก่อเหตุในวันนี้ต่อไป

ขอบคุณที่มา : news.sanook.com