นักกีฬาไต้หวันลืมของบนแท็กซี่ โชเฟอร์ตีเนียนเก็บเงียบไว้ 3 วัน

นักกีฬาชาวไต้หวันลืมกระเป๋าและทรัพย์สินบนรถแท็กซี่ มูลค่ารวมกว่า 2 แสนบาท แต่โชเฟอร์แท็กซี่เก็บของไว้ไม่ส่งคืน สุดท้ายถูกตามจับตัวได้

เมื่อคืนวานนี้ (1 พ.ย.) กล้องวงจรปิดบันทึกภาพนักกีฬาฮอกกี้ชาวไต้หวัน 2 คน เดินมาที่ตู้กดบัตรคิวในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ก่อนจะเดินออกไป โดยกล้องอีกมุมจะเห็นว่าเขาเดินมาสมทบกับเพื่อนอีก 2 คน ก่อนจะลากกระเป๋าเดินทาง แยกย้ายกันไปขึ้นรถแท็กซี่ ออกไปจากบริเวณดังกล่าว เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 29 ตุลาคม ที่ผ่านมา

โดยภาพวงจรปิดดังกล่าวถูกใช้เป็นหลักฐานสำคัญ เข้าแจ้งความที่สถานีตำรวจนครบาลห้วยขวางว่า ได้เรียกรถแท็กซี่ให้มาส่งโรงแรมย่านห้วยขวาง แต่ลืมกระเป๋าไว้ท้ายรถ ภายในมีกระเป๋าแบรนด์เนม และมีเงินสดรวมมูลค่ากว่า 2 แสนบาท โดยได้นำสลิปบัตรคิวการเรียกใช้บริการรถแท็กซี่สาธารณะจากสนามบินสุวรรณภูมิไปเป็นหลักฐาน

ทางตำรวจจึงได้ประสานไปยังศูนย์ปฏิบัติการพิเศษ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และฝ่ายขนส่งรถแท็กซี่สาธารณะสุวรรณภูมิ เพื่อตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด และข้อมูลจากสลิปซึ่งระบุรายละเอียดรถแท็กซี่ที่ให้บริการ กระทั่งทราบว่าคนขับรถแท็กซี่ที่รับนักกีฬาทั้ง 2 คน คือ นายคัมภีร์ อายุ 45 ปี จึงติดตามตัวมาสอบปากคำ แต่เจ้าตัวให้การว่าไม่เห็นสัมภาระดังกล่าว

เจ้าหน้าที่จึงได้นำหลักฐานสลิปบัตรคิวการเรียกใช้รถแท็กซี่ รวมทั้งให้ผู้เสียหายชี้ภาพถ่ายใบหน้าของคนขับรถ ซึ่งสามารถชี้ได้ถูกต้อง นายคัมภีร์จึงยอมรับสารภาพว่าเก็บกระเป๋าของผู้เสียหายไว้จริง โดยทรัพย์สินทั้งหมดอยู่ที่ห้องพัก แต่เขาอ้างว่าไม่รู้จะติดต่อผู้เสียหายอย่างไร จึงเก็บเอาไว้เพื่อรอให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับมา

เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัว นายคัมภีร์ ไปสอบสวนอย่างละเอียด ก่อนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป โดยในวันนี้จะได้นัดให้ผู้เสียหายมารับทรัพย์สินทั้งหมดคืนต่อไป

ขณะที่ นายกิตติพงศ์ กิตติขจร รองผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ฝากถึงผู้โดยสารที่ใช้บริการรถแท็กซี่สาธารณะว่า ควรจะใช้บริการตามจุดที่กำหนดไว้ และควรเก็บสลิปบัตรคิวการใช้บริการรถแท็กซี่ทุกครั้ง เพื่อให้ง่ายต่อการตรวจสอบหากเกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้ขึ้น หรือ หากคนขับแท็กซี่เรียกเก็บเงินเกินมิเตอร์